แต่จริง ๆ แล้ว… การออกแบบตั้งแต่แรกต่างหาก ที่ช่วย “ป้องกัน” ไม่ให้เหตุเกิด
.
4 เทคนิคการออกแบบ (Design) ที่มักถูกมองข้าม แต่ช่วยป้องกัน Fire & Explosion ได้จริง
1) Inerting – การลดปริมาณออกซิเจนในระบบให้อยู่ต่ำกว่าขีดจำกัดการติดไฟ (flammable limit) มักใช้ก๊าซเฉื่อย เช่น Nitrogen (N₂) เพื่อแทนที่อากาศ วิธีนี้ถูกใช้ในถังเก็บสารไวไฟหรือ Reactor เพื่อให้มั่นใจว่าแม้มีเชื้อเพลิงและแหล่งจุดติดไฟ ก็จะไม่เกิดการลุกไหม้
2) Gas Freeing – หลายโรงงานมักละเลยขั้นตอนนี้ก่อนซ่อมบำรุง การออกแบบระบบที่สามารถ ระบายก๊าซตกค้าง ได้อย่างปลอดภัย เช่น Vent line, Flare system หรือ Purge ด้วยอากาศ/ก๊าซเฉื่อย ช่วยลดความเสี่ยงที่คนงานจะสัมผัสก๊าซไวไฟหรือสารพิษที่ค้างอยู่
3) Static Control – ไฟฟ้าสถิตจากการไหลของของเหลวหรือการถ่ายเทสาร สามารถเป็นแหล่งจุดติดไฟได้ การออกแบบระบบ Grounding & Bonding, เลือกใช้วัสดุที่ลดการสะสมประจุ รวมถึงกำหนดมาตรการควบคุมความเร็วการไหลของของเหลว เป็นการป้องกันที่มักถูกมองข้ามแต่สำคัญมาก
4) Ventilation – การออกแบบการระบายอากาศที่เหมาะสมในพื้นที่เสี่ยง เช่น Tank farm, Pump room หรือ Process building จะช่วยลดการสะสมของก๊าซหรือไอระเหยไวไฟ ทำให้ความเข้มข้นอยู่ต่ำกว่าระดับ Lower Explosive Limit (LEL) และลดความเสี่ยงการระเบิด
.
แล้วโรงงานของคุณได้ออกแบบเผื่อ Static Control แล้วหรือยัง?












เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า